จาตุรนต์ยืนยัน แก้รัฐธรรมนูญไม่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ สภาไม่ควรทำงานด้วยความหวาดกลัว

จาตุรนต์ยืนยัน แก้รัฐธรรมนูญไม่อาจขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ สภาไม่ควรทำงานด้วยความหวาดกลัว

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อาจถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ และการหยิบยกข้ออ้างเรื่อง “ความสุ่มเสี่ยง” ขึ้นมาใช้นั้น เท่ากับเป็นการบั่นทอนอำนาจอธิปไตยของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างร้ายแรง เพราะอาจทำให้สมาชิกรัฐสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความหวาดกลัวและขาดความเป็นอิสระ

นายจาตุรนต์ระบุเพิ่มเติมว่า แม้จะทราบดีว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่พรรคยังจำเป็นต้องยืนยันหลักการให้ชัดเจนว่า ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควรยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด

โดยนายจาตุรนต์กล่าวถึงแนวทางการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคได้พิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้กระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส.ร. สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชน และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ นายจาตุรตน์มองว่า ประเด็นเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ยังไม่ใช่สาระที่รัฐสภาต้องพิจารณาในขณะนี้ หรือแม้แต่ในวาระที่สอง เนื่องจากสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้นนี้เป็นเพียงการพิจารณาว่าจะแก้ไขมาตรา 156 และมาตรา 256 หรือไม่เท่านั้น

เขาระบุว่า การอ้างว่าร่างของพรรคเพื่อไทยมีความเสี่ยงจึงไม่เป็นเหตุเป็นผล และสะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมถอยของระบบรัฐสภา หากปล่อยให้เกิดความเข้าใจเช่นนี้ต่อไป อาจทำให้สมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่ด้วยความหวาดกลัวและไม่เป็นอิสระ

นายจาตุรนต์ยังเห็นว่า แนวทางการจัดทำ ส.ส.ร. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 อาจไม่เหมาะสมกับบริบททางการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังการสรรหาและเลือกสมาชิกวุฒิสภาครั้งล่าสุด ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อกังวลว่ากระบวนการคัดเลือกผู้สมัครและการตัดสินโดยรัฐสภาอาจนำไปสู่การได้มาซึ่ง ส.ส.ร. ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐสภามากเกินไป

อย่างไรก็ตาม นายจาตุรตน์ยอมรับว่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว ที่มาของ ส.ส.ร. น่าจะเป็นไปตามร่างหลักของพรรคภูมิใจไทย ส่วนเนื้อหาในร่างของพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่สิ่งสำคัญคือการใช้เวทีนี้แสดงจุดยืนของพรรคให้ชัดเจน

เขาย้ำว่า พรรคเพื่อไทยควรยืนยันหลักการของตนให้ชัดว่า ได้พยายามผลักดันให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ตามเจตนารมณ์ที่เคยให้ไว้กับประชาชน พร้อมย้ำว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือการผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แตกต่างจากฉบับปัจจุบันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดทำขึ้นใหม่แต่ยังคงรูปแบบเดิมไว้

นายจาตุรตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ควรดำเนินไปในลักษณะที่มุ่งรักษาสถานะของผู้มีอำนาจหรือผู้ได้ประโยชน์จากระบบเดิม โดยไม่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน