
กกต. ชี้แจงปม “โพยเลือก สว.” ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่เป็นการฝ่ามติ กกต.
สำนักงาน กกต. ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ยืนยันว่า การนำเอกสารหรือโพยเข้าไปในสถานที่เลือกไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขณะเดียวกัน กกต. ระบุว่ามีมติห้ามนำเอกสารเข้าไปในพื้นที่เลือก เพื่อความเรียบร้อยในการปฏิบัติหน้าที่ และเรื่องอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 หลังมีการเผยแพร่ภาพและเสียงของกรรมการ กกต. และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว
กกต. ระบุว่า กรณีนำเอกสารหรือ “โพย” เข้าไปในสถานที่เลือก ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 วินิจฉัยชัดเจนว่า พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ไม่ได้ห้ามการนำเอกสารลักษณะดังกล่าวเข้าไปในเขตเลือกตั้งโดยตรง ดังนั้น การนำเอกสารเข้าไปในสถานที่เลือกจึงไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย
สำหรับกรณีข้อกล่าวอ้างเรื่องการแจ้งเบาะแสในวันเลือก สว. ระดับประเทศ กกต. ระบุว่าได้ตรวจสอบข้อมูล เอกสาร พยานหลักฐาน และภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ไม่พบข้อเท็จจริงยืนยันว่า พ.ต.อ. มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ ได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต. ตามที่มีการกล่าวอ้างในเวลา 08.29 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2567 แต่อย่างใด อีกทั้งจากเอกสารทางราชการพบว่า พ.ต.อ. มนัสฯ ได้รายงานเรื่องดังกล่าวต่อ กกต. เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นภายหลังการเลือก สว. ระดับประเทศแล้ว 2 วัน
ในส่วนมาตรการระงับหรือยับยั้งการกระทำที่อาจไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม กกต. ชี้ว่าตามมาตรา 59 ของกฎหมายดังกล่าว กกต. มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกได้ก่อนประกาศผล หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ทั้งนี้ กกต. มีมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ไม่ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นนำเอกสารใด ๆ เข้าไปในบริเวณที่กำหนดให้เป็นพื้นที่สำหรับการลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน ขณะเดียวกัน ดร.ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมติดังกล่าว โดยเมื่อพบเอกสารหรือโพยที่ผู้สมัคร สว. พกติดตัวเข้าไป จึงเก็บเอกสารไว้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเรียบร้อย
กกต. ย้ำว่า แม้การนำโพยหรือเอกสารเข้าไปในสถานที่เลือกจะไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงต้องมีการตรวจและเก็บเอกสารไว้ตามระเบียบ
ขณะเดียวกัน กกต. ระบุว่า การพิจารณาความผิดของผู้สมัคร สว. ในกรณีอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ หากแล้วเสร็จจะมีการเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบต่อไป




