“พริษฐ์” รับแฟ้มลับคดีฮั้ว ส.ว. จากกลุ่ม ส.ว.สำรอง จี้ กกต.เร่งสรุปสำนวน โปร่งใส-ตรวจสอบได้

“พริษฐ์” รับแฟ้มลับคดีฮั้ว ส.ว. จากกลุ่ม ส.ว.สำรอง จี้ กกต.เร่งสรุปสำนวน โปร่งใส-ตรวจสอบได้

กลุ่ม ส.ว.สำรอง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในคดีฮั้ว ส.ว. ให้ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” เพื่อตรวจสอบต่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการวางแผนเลือก ส.ว. 138 คนอย่างเป็นระบบ และอาจมีนักการเมืองเกี่ยวข้อง ขณะที่พริษฐ์เผย ขณะนี้ กกต.กำลังพิจารณารายงานจาก 2 คณะ ซึ่งมีข้อสรุปสวนทางกัน พร้อมเรียกร้องให้ กกต.เร่งดำเนินการอย่างโปร่งใส และชี้แจงข้อสงสัยของสังคมให้ชัดเจน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รับมอบหลักฐานจากกลุ่ม ส.ว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชิตกุล, น.ส.ณัฐนันท์ ทองดีวงศ์ และนายมนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพื่อส่งต่อหลักฐานสำคัญในคดีฮั้ว ส.ว.

นายอัครวัฒน์ ระบุว่า หลักฐานที่นำมามอบในครั้งนี้เป็นข้อมูลที่รวบรวมมาตลอดกว่า 2 ปี ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุ โรงแรมที่พัก และพื้นที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก ส.ว. โดยมองว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง และยืนยันว่าคดีนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด

นายอัครวัฒน์ ยังกล่าวถึงประเด็นโพย ส.ว.3 ที่ถูกนำไปใช้ในระดับจังหวัด พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ว่ากำลังสร้างความสับสนให้กับประชาชนหรือไม่ เพราะในความเห็นของตน หลักฐานที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่ามีการวางแผนเลือก ส.ว.จำนวน 138 คนอย่างเป็นระบบ และอาจมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ขณะที่นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งให้ และยืนยันว่าจะนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบต่อในฐานะกรรมาธิการที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นจุดสำคัญที่ กกต. จะต้องมีมติว่าจะยกคำร้องหรือส่งเรื่องฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนต่อศาลฎีกาภายใน 90 วัน

นายพริษฐ์ ยังเปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ กมธ.ได้รับการชี้แจง พบว่า กกต.กำลังพิจารณารายงานจาก 2 คณะ คือ คณะไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีข้อสรุปให้ยื่นฟ้อง และคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ซึ่งมีผลเสนอให้ยกคำร้อง โดยทั้งสองชุดมีข้อสรุปที่แตกต่างกัน จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าแนวทางใดมีความน่าเชื่อถือมากกว่า

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เป็นชุดที่ตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ไม่ได้มาจากคณะอนุที่มีอยู่เดิม จึงได้ทำหนังสือสอบถาม กกต. เป็นลายลักษณ์อักษร และเชิญชวนสังคมร่วมกันตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความชัดเจนในคดีนี้

เขายังกล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการ กกต. เตรียมเอาผิดผู้เผยแพร่คลิปวันเลือก ส.ว.ว่า สิ่งที่ กกต. ควรให้ความสำคัญในตอนนี้ คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นอย่างรอบคอบและตรงไปตรงมา เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคมให้ได้มากที่สุด