
ศาลแพ่งสั่งกสิกรไทย ชดใช้ “ชาล็อต” 1 ล้านบาท คดีถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน
ศาลแพ่งพิพากษาให้ธนาคารกสิกรไทยชดใช้ “ชาล็อต” 1 ล้านบาท คดีผิดสัญญาฝากทรัพย์ หลังถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท
จากกรณีที่ ชาล็อต ออสติน ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินรวม 4 ล้านบาท พร้อมบังคับให้วิดีโอคอลตลอด 24 ชั่วโมง โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 4 คน ในความผิดหลายข้อหา อาทิ อั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกง ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมให้ร่วมกันชดใช้เงิน 4 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
ล่าสุด ทนายเจมส์-นิติธร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ พ.3955/2568 ซึ่งบริษัท มิสชาล็อต จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องธนาคารกสิกรไทย ในข้อหาผิดสัญญาฝากทรัพย์ เรียกค่าเสียหาย 4 ล้านบาท
โจทก์ระบุว่า การโอนเงินทั้ง 3 ครั้ง รวม 4 ล้านบาท เป็นธุรกรรมที่มีความผิดปกติและมีความเสี่ยงสูง แต่ธนาคารไม่มีมาตรการตรวจจับหรือแจ้งเตือนที่เพียงพอ จนทำให้เกิดความเสียหาย ขณะที่ธนาคารยืนยันว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทำรายการตามปกติ และมีระบบป้องกันรวมถึงระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติอยู่แล้ว
ศาลพิจารณาเห็นว่า การโอนเงินครั้งแรกจำนวน 2 ล้านบาท เป็นธุรกรรมที่ธนาคารไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ว่าเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยง จึงไม่ต้องรับผิดในส่วนนี้
ส่วนการโอนเงินครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ศาลเห็นว่าเป็นธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ อย่างไรก็ตาม โจทก์ก็มีส่วนประมาทในการก่อให้เกิดความเสียหาย จึงกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายรับผิดฝ่ายละกึ่งหนึ่ง
ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ธนาคารกสิกรไทยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2567 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น รวมทั้งให้ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมศาลตามส่วนที่โจทก์ชนะคดี และกำหนดค่าทนายความจำนวน 20,000 บาท
