
ศุภมาสสั่ง สคบ. เร่งตรวจ “อกไก่ปั่น” ปมโปรตีนไม่ตรงฉลาก จ่อเอาผิดหากพบผิดจริง
ศุภมาสสั่ง สคบ. ประสาน อย. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผลิตภัณฑ์อกไก่ปั่น หลังมีการร้องเรียนว่าปริมาณโปรตีนไม่ตรงตามฉลาก ย้ำผู้บริโภคมีสิทธิได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง หากพบการกระทำผิดดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการให้ สคบ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผลิตภัณฑ์อกไก่ปั่นที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ปริมาณโปรตีนไม่ตรงกับที่ระบุบนฉลาก พร้อมประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ
นางสาวศุภมาสระบุว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ทั้งผู้ที่ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และควบคุมน้ำตาล ดังนั้น ข้อมูลโภชนาการบนฉลากจึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ หากข้อมูลไม่ตรงกับความจริง ย่อมกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคโดยตรง
“ดิฉันให้ความสำคัญกับสินค้าสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะผู้ซื้อกลุ่มนี้ตั้งใจดูแลตัวเอง บางรายเป็นผู้ป่วยที่ต้องควบคุมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์ หากฉลากระบุอย่างหนึ่ง แต่ผลิตภัณฑ์เป็นอีกอย่างหนึ่ง ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ยอมรับไม่ได้ จึงสั่งให้ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำงานร่วมกับ อย. อย่างใกล้ชิด” นางสาวศุภมาส กล่าว
ด้านนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สคบ. ได้มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และได้ประสานกับ อย. เพื่อร่วมตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า การดำเนินการในเรื่องนี้แบ่งตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน โดยประเด็นฉลากและการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อยู่ในอำนาจของ อย. ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หากตรวจพบว่าคุณภาพหรือสารอาหารต่ำกว่าที่ระบุบนฉลากเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายอาหารปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท ส่วนการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย เช่น การจัดแคมเปญลดราคา อยู่ในอำนาจของ สคบ. ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยทั้งสองหน่วยงานจะบูรณาการตรวจสอบร่วมกัน
นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับสินค้าที่ตรงตามฉลากและตรงตามที่โฆษณาไว้ พร้อมยืนยันว่า สคบ. จะไม่ปล่อยให้ใครใช้คำว่าสุขภาพมาสร้างกำไรบนความเสี่ยงของประชาชน หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบฉลาก เลขสารบบอาหาร และข้อมูลโภชนาการก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและข้อความโฆษณาไว้ทุกครั้ง หากพบสินค้าที่สงสัยว่าฉลากหรือโฆษณาไม่ตรงความจริง สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ ส่วนปัญหาด้านอาหารและฉลากแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556
