“ทวี” หนุนกฎหมายตลาดทุนดิจิทัล เสนอ 3 มาตรการอุดช่องโหว่อาชญากรรมการเงิน

“ทวี” หนุนกฎหมายตลาดทุนดิจิทัล เสนอ 3 มาตรการอุดช่องโหว่อาชญากรรมการเงิน

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และที่ปรึกษากรรมาธิการ รวมถึงกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. … โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทยสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้กระดาษ แต่หน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องเร่งปิดช่องโหว่อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนและนักลงทุน

พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า แม้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลจะเป็นพัฒนาการที่สำคัญ แต่จากประสบการณ์การทำงานด้านกระบวนการยุติธรรม พบว่าคดีฉ้อโกงและการตกแต่งงบการเงินเคยสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจไทยรวมเกือบ 15,000 ล้านบาท จึงเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย ดังนี้

1. ป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง
เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลผู้สอบบัญชีอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกสังกัดสำนักงานตรวจบัญชีที่ ก.ล.ต. รับรอง เพื่อป้องกันการตกแต่งงบการเงิน ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. มักรับทราบปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว

2. เพิ่มความเข้มข้นของบทลงโทษ
เห็นว่าการกำหนดโทษปรับรายวันในคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในอัตราหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ยังไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งบางกรณีมีมูลค่าสูงถึงหลายหมื่นล้านบาท จึงควรปรับบทลงโทษให้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการกระทำผิดมากยิ่งขึ้น

3. จัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย (Fair Fund)
เสนอให้มีกลไกหรือกองทุนสำหรับเยียวยานักลงทุนรายย่อยที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดในตลาดทุน ซึ่งบางคดีมีผู้เสียหายมากกว่า 5,000 ราย เพื่อลดภาระการฟ้องร้องทางแพ่งที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง

นอกจากนี้ พันตำรวจเอกทวียังกล่าวถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมทางการเงิน โดยยกตัวอย่างคดีสำคัญในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารผู้ตรวจสอบบัญชี เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผู้กระทำผิดอาจใช้ทุกวิถีทางในการปกปิดความผิด พร้อมเตือนหน่วยงานกำกับดูแลให้ปรับตัวให้ทันต่อรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“อาชญากรรมก็เหมือนหนูกับแมว หนูจะอยู่หน้าแมวเสมอ เมื่อใดที่หนูอยู่หลังแมว แสดงว่าหนูตัวนั้นตายแล้ว วันนี้ ก.ล.ต. ยังตามหลังอาชญากรรมอยู่มาก เมื่อกฎหมายฉบับนี้เป็นความหวังในการพัฒนาตลาดทุนไทย ก็ต้องไม่ปล่อยให้ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางทำลายระบบการเงินของประเทศ” พันตำรวจเอกทวี กล่าว

ทั้งนี้ การอภิปรายดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของพรรคประชาชาติในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการส่งเสริมความโปร่งใส และการสร้างกลไกคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยอย่างเป็นรูปธรรม.