
“เอกนิติ” ชี้สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยุติ เป็นสัญญาณบวกเศรษฐกิจโลก เชื่อน้ำมันลด แต่ไทยยังต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและเตรียมลงนามในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ว่า หากสงครามยุติลงถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย เพราะอย่างน้อยเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงก็จะเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู
นายเอกนิติระบุว่า คาดว่าราคาพลังงานจะปรับลดลง และไม่น่ากลับไปอยู่ในระดับเดิม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อวิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือผลกระทบด้านต้นทุนที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” นายเอกนิติกล่าวว่า มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนให้กับร้านค้าและผู้ประกอบการ พร้อมช่วยเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนว่าโครงการนี้ช่วยให้ยอดขายดีขึ้น
“ถ้าวิกฤตทรัมป์จบลง ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น จีดีพีโลกก็น่าจะดีขึ้น และน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้” นายเอกนิติกล่าว
เมื่อถูกถามว่าจะต้องประเมินจีดีพีของไทยใหม่หรือไม่ หากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านดีขึ้น นายเอกนิติระบุว่า ต้องมีการทบทวนตัวเลขกันใหม่ แต่ไม่อยากให้ดีใจหรือตกใจกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมากเกินไป เพราะโลกยังมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
ส่วนคำถามเรื่องงบประมาณเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ว่ายังจำเป็นอยู่หรือไม่ หากราคาน้ำมันลดลง นายเอกนิติย้ำว่า ยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะแม้สงครามจะยุติ แต่แหล่งพลังงานได้รับความเสียหายไปมาก และโลกยังมีแนวโน้มเผชิญน้ำมันแพงต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี
นายเอกนิติกล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องการผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์ เพื่อช่วยลดภาระในระยะยาว และลดความเสี่ยงหากเกิดวิกฤตราคาพลังงานขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่การประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (16 มิถุนายน) จะยังไม่มีการเสนอทบทวนหลักเกณฑ์ภาษีสำหรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องรอดูตัวเลขเพิ่มเติมก่อน
